ประธาน กกต.ฉุนกึก จวกสื่อมั่วข่าวแอบกินข้าวช่วย”จตุพร”

Pic_190545

อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ฉุน สื่อฯเสนอข่าวทำนองงุบงิบแอบไปกินข้าว กับ พท. หารือช่วยรับรองส.ส. จตุพร ชี้ไม่ตรงข้อเท็จจริงและบิดเบือนให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดกกต. ด้าน สดศรี ย้ำตัวแทนพรรคการเมืองที่เป็นข่าวก็แจ้งแล้วแต่ก็ยังไม่เชื่อ

วันที่ 31 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้กล่าวถึงกรณีที่ที่มีหนังสือพิมพ์บางฉบับไปลงข่าวว่าตนไปและกกต.อีกคนหนึ่งไปดอดคุยกับนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ห้องอาหารจีน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าจะมีการพิจารณาคุณสมบัติของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย ว่ากกต.จะมีการรับรองไปก่อน เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ข่าวที่ลงไปไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและมีการบิดเบือนที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดกกต. ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่เลวร้าย ลงข่าวทำให้ประชาชนสับสนเกิดความไม่น่าเชื่อถือต่อกกต.โดยเฉพาะในช่วงเวลาอย่างนี้  ซึ่งตนและนางสดศรี ก็ไม่ได้แอบงุบงิบไปรับประทานอาหารกันเพียงแค่ 3 คน มีคนอื่นรวมรับประทานอาหารกันหลายคน และมีการตั้งโต๊ะจีนไว้ 5 โต๊ะรองรับคนประมาณ 50 คน อย่างนี้เรียกว่างุบงิบหรือเปล่า

นายอภิชาต กล่าวอีกว่า และงานที่จัดโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ขึ้นเมื่อวันที่ 29 ก.ค.นั้นเป็นงานของฝ่ายกิจการด้านพรรคการเมือง ที่มีวาระในการประชุมหลายเรื่องซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง โดยจะมีตัวแทนของส่วนของพรรครัฐบาล 1 คน ที่ตอนนี้คือนางอัญชลี วานิช เทพบุตร ที่เป็นกรรมการกองทุนในซีกรัฐบาลของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคเพื่อไทยในฐานะซีกฝ่ายค้านก็ได้มอบหมายให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทนกรรมการในกองทุนฯ แต่เนื่องจากนายปลอดประสพ ได้มอบหมายให้นายพร้อมพงศ์ มาเป็นตัวแทนประชุมเพราะติดภาระกิจอื่น

อย่างไรก็ตามในการประชุมกองทุนก็ยังประกอบไปด้วยตัวแทนของพรรคเล็กที่ไม่มีส.ส.ด้วย อีกทั้งยังมีตัวแทนของเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณก็มานั่งรวมด้วย “การรับประทานอาหารก็เป็นการรับประทานหลังจากที่ได้ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ที่เราต้องพิจารณาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กกต.จะต้องสนับสนุนตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 75 และมาตรา 81 รวมไปถึงการที่ต้องยืนขอเสนองบประมาณปี 2555 ที่ต้องเสนอประมาณเดือนส.ค. เพราะปีนี้กองทุนฯก็ให้เงินสนับสนุนถึง 200 ล้านบาท ก็ต้องมีการประชุมกัน รวมทั้งขณะนี้ก็ได้มีการเลือกตั้งใหม่และเมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่ กรรมการกองทุนฯชุดปัจจุบันก็ต้องหมดวาระลงต้องมีการเลือกกรรมการกองทุนฯ ชุดใหม่ให้เป็นไปตามกฎหมาย  และเมื่อวันที่ 29 ก.ค.นั้นก็เป็นการประชุมนัดสุดท้ายก็ต้องมีการเลี้ยงส่งอำลากัน และผมก็มีหน้าที่มอบของที่ระลึกให้กับกรรมการกองทุนฯชุดดังกล่าวด้วย ผมอยากให้เอารูปงานไปลงด้วยซ้ำไม่ได้มีอะไรปิดบังซ่อนเล้น การเขียนข่าวแบบนั้นออกไปเป็นการหาช่อง หาจังหวะเพื่อทำลายกัน เพราะมีการไปดักตั้งคำถามกับผมที่หน้าลิฟท์ ก่อนลงไปกินข้าว ว่า “มาทำอะไรกัน อย่างนี้ไม่กลัวคนเห็นหรือ” และผมก็ชี้แจงไปแต่ข่าวไปลงในทำนองที่ทำให้เกิดความเสียหายไป อย่างนี้ผมเห็นว่าไม่เป็นการบิดเบือนข่าว ทั้งที่ไม่ได้มีอะไร ” นายอภิชาต กล่าว 

ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวชี้แจงกรณีเดียวกันว่า เห็นข่าวแล้วไม่สบายใจเพราะข่าวออกไปในทางที่ไม่ดี ทั้งที่พยามอธิบายกับนักข่าวที่เข้ามาถามแล้ว ว่า เป็นการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ และเลี้ยงส่งกรรมการกองทุนฯที่หมดวาระซึ่งเป็นไปตามปกติ และตนเองก็ไม่ได้เดินทางมาจากกกต.แล้วมารับประทานอาหารกันกับนายพร้อมพงศ์ที่โรงแรมนี้ เพราะตั้งแต่ช่วงเช้าก็มีการประชุมร่วมกันก่อน พอเสร็จจากการประชุมก็ลงไปรับประทานอาหารกัน ซึ่งตนเองหลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็ยังได้เชิญสื่อรับประทานอาหารด้วย แต่ไม่มีใึครร่วมด้วย และนายพร้อมพงศ์เองก็บอกไปแล้วว่าเป็นตัวแทนของนายปลอดประสพ ที่เป็นกรรมการตัวแทนของฝ่ายค้าน 

นางสดศรี กล่าวอีกว่า ทั้งนายอภิชาต ตน และนายพร้อมพงศ์ อธิบายไปแล้วก็ยังไม่เข้าใจแถมไปเขียนในทำนองเสียหายอีก ก็ไปกันใหญ่ จึงไม่ทราบว่าคนที่ถามนั้นเขาเข้าใจคำว่ากรรมการกองทุนฯที่มีการประชุมกันในวันนั้นหรือไม่ และการไปรับประทานอาหารกันก็เป็นการเปิดเผยไม่ใช่ห้องส่วนตัวด้วย.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

อุตุฯเตือนภัย’พายุนกเตน’ฉ.14 เหนือฝนตกหนักระวังน้ำท่วมฉับพลัน

Pic_190553

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “นกเตน” (NOCK-TEN) ได้ปกคลุมบริเวณจังหวัดลำปาง ทำให้ภาคเหนือยังมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่เกิดขึ้นได้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ 31 ก.ค.54 สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตอนภัย ฉบับที่14  หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “นกเตน” (NOCK-TEN) ได้ปกคลุมบริเวณจังหวัดลำปาง ทำให้ภาคเหนือยังมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และพิจิตร และ วันที่ 1-2 สิงหาคม 2554 ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และตาก

ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2554 ไว้ด้วย ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายบำเพ็ญ บินไทยสงค์ นายอำเภอสันกำแพงเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้พร้อมด้วยนายสุเทพ ปัญญาแก้ว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสันกำแพงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พนักงานร่วมกับประชาชนหลายฝ่ายได้ออกสำรวจและประชาสัมพันธ์เครื่องตามสายให้หมู่บ้านต่างๆ เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำออน และลำน้ำสายต่างๆ ในอำเภอสันกำแพง ให้เตรียมตัวระวังน้ำป่าไหลหลาก อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันเนื่องจากพายุนกเตนส่วนในอำเภอสันกำแพงขณะนี้ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำออนสายต่างๆ สูงขึ้นตามลำดับ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ทั้งเทศบาลมีหลายแห่งและ อบต. กำนันผู้ใหญ่บ้านให้เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในอำเภอสันกำแพงซึ่งมีอยู่ 10 ตำบล 100 หมู่บ้าน ให้เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมที่จะออกช่วยเหลือประชาชนที่ทันท่วงที เมื่อมีเหตุน้ำท่วม เพราะปีที่ผ่านมาทางอำเภอสันกำแพง เกิดน้ำท่วมอย่างหนักได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงไม่ประมาท

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ไม่มีวี่แววว่าพายุฝนจะหยุดตกลงเลยคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทางเจ้าที่ผู้รับผิดชอบออกตรวจตราตามฐาน สปิงเวย์ ตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่มาอยู่ในอำเภอสันกำแพง เพราะกลัวเกิดเหตุจะมีผลกระทบแก่ชาวบ้านซึ่งขณะนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ แม่น้ำต่างผวากันมากกลัวน้ำจะท่วมอย่างรวดเร็ว และสั่งให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องรายงานให้ทางอำเภอทราบเป็นการด่วน ส่วนตามเทศบาลต่างๆ อบต. กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านได้เตรียมกระสอบทรายพร้อมทรายไว้พร้อมแล้ว เพื่อจะออกช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้น

ด้านนายสุเทพ นายกเทศมนตรี กล่าวว่า ตนพร้อมผู้บริหารพนักงานร่วมกับประชาชน ได้ร่วมมือกันเอารถแบ็กโฮเอาขยะออกจากลำน้ำแม่ออน ซึ่งเป็นสายน้ำหลักของอำเภอสันกำแพง เพราะกลัวน้ำท่วมอำเภอสันกำแพงและเฝ้าระวังพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อ มีเหตุน้ำท่วม พร้อมเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยพร้อมทุกอย่างเพื่อจะออกบริการประชาชนต่อ.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

ครัวบินไทยได้รับรองฮาลาล ฟุ้งดันตลาดส่งออกเพิ่ม

Pic_190556

ครัวการบินได้รับการรับรองฮาลาล ใบอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล และระบบ HAL-Q ตามหลักศาสนาอิสลาม มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล คาดดันตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายครัวการบิน ได้จัดให้มีพิธีรับมอบใบรับรองฮาลาลจากคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และรับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล จากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยพร้อมทั้งได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการและใบรับรองระบบ HAL-Q จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงถึงมาตรฐานในการผลิตอาหารฮาลาลที่ได้ดำเนินการตามกรรมวิธีอย่างถูก ต้องตามหลักศาสนาอิสลาม โดยใบรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสำคัญในครั้งนี้ จะทำให้การผลิตอาหารฮาลาลของฝ่ายครัวการบิน ที่ดอนเมือง ได้รับการยอมรับในระดับสากล ตรงตามวัตถุประสงค์สำคัญของคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านมาตรฐานฮาลาลของวุฒิสภา เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทางด้านการบริการอาหารฮาลาลโดยขอบข่ายโครงการนี้ ยังครอบคลุมถึงทุกกิจกรรมการผลิตอาหารฮาลาลของฝ่ายครัวการบินดอนเมือง เพื่อการผลิตอาหารคาว อาหารหวาน ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และเครื่องดื่มประเภทต่างๆ สำหรับใช้บริการบนเที่ยวบินการบินไทยเส้นทางภายในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศ รวมทั้งการนำไปจำหน่ายโดยทั่วไป และการจัดส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อปี 2553 ก่อนได้รับการรับรองระบบฮาลาล ฝ่ายครัวการบิน ดอนเมือง ได้เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เบเกอรี่แช่แข็งไปยังประเทศญี่ปุ่น จำนวน 3.3 ล้านชิ้น มีมูลค่าการส่งออก 15.3 ล้านบาท และคาดว่าหลังจากได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลระบบต่างๆ แล้ว จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารเบเกอรี่แช่ แข็งไปยังกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิมในประเทศต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การได้รับใบรับรองให้ฝ่ายครัวการบิน ที่ดอนเมืองเป็นครัวฮาลาลอีกแห่งหนึ่ง ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการรับการบริการอาหารในเที่ยวบินให้แก่ผู้ โดยสารชาวไทยมุสลิมที่เดินทางโดยเที่ยวบินพิเศษของบริษัทฯ เพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ประจำปี 2554 ที่จะออกเดินทางไปและกลับระหว่าง วันที่ 29 กันยายน-25 พฤศจิกายน 2554 ด้วยสำหรับขีดความสามารถในการผลิตอาหารฮาลาล ของฝ่ายครัวการบิน ดอนเมืองนั้น มีความสามารถและศักยภาพในการผลิตอาหาร ฮาลาลประเภทต่างๆ ดังนี้

ประเภทอาหารร้อน สำหรับบริการบนเที่ยวบินการบินไทยเส้นทาง ภายในประเทศ ประมาณ 486,000 ชุด/ปี สำหรับการจัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ ประมาณ 300,000 ชุด/ปี ส่วนประเภทอาหารกล่อง (จัดเป็นชุด) สำหรับ บริการบนเที่ยวบินการบินไทย เส้นทางภายในประเทศ ประมาณ 3.66 ล้านกล่อง/ปี สำหรับการจัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ ประมาณ 280,000 กล่อง/ปี สำหรับบริการจัดงานนอกสถานที่ ประมาณ 127,000 กล่อง/ปีส่วนประเภทผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ สำหรับ บริการบนเที่ยวบินการบินไทย เส้นทางภายในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศประมาณ 27 ล้านชิ้น/ปี สำหรับจัดจำหน่ายภายในประเทศ ประมาณ 12 ล้านชิ้น/ปีสำหรับส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 5.8 ล้านชิ้น/ปีประเภทอาหารว่างบรรจุกล่อง สำหรับจัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ ประมาณ 1.2 ล้านกล่อง/ปี ส่วนประเภทเครื่องดื่มสำหรับ จัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ เช่น น้ำดื่ม น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพรไทย ประมาณ 13 ล้านหน่วย/ปี

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการระบบบริหารเพื่อเตรียมอาหารฮาลาล และระบบ HAL-Q ฝ่ายครัวการบินดอนเมือง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และความร่วมมือด้านวิชาการจากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการตรวจประเมินผล จนได้รับใบรับรองระบบฮาลาล รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล และใบรับรองระบบ HAL-Q แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกัน และความไว้วางใจในกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจนได้รับการรับรองให้เป็นครัวฮาลาล.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

‘บังยี’ตั้งเป้าแข้งไทย ทะลุ10ทีมคัดบอลโลก

Pic_190557

นักเตะทีมชาติไทย เดินทางกลับประเทศแล้ว เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังยกพลเสมอ ปาเลสไตน์ 2-2 รวมผล 2 นัดชนะ 3-2 ลิ่วเข้ารอบ บอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ด้าน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฯ ย้ำชัดเป้าหมายต่อไป ต้องทะลุ 10 ทีมสุดท้ายให้ได้ตามเป้า…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ทัพนักเตะทีมชาติไทยที่เดินทางกลับจาก ปาเลสไตน์ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เป็นเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากบุกไปเสมอ 2-2 พร้อมผ่านเข้ารอบ ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ด้วยสกอร์รวมชนะ 3-2

ในการนี้ “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาต้อนรับขุนพลนักเตะไทยด้วย พร้อมมอบเงินอัดฉีดพิเศษให้กับ “เจ้าโก้” ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์ตัวเก่งของทีม”กิเลนผยอง” เมืองทองฯยูไนเต็ด ที่สวมบทฮีโร่ ซัดสองประตู ในเกมดังกล่าว เป็นขวัญกำลังใจ

 

 

ขณะเดียวกัน “บังยี” ยังกล่าวถึงผลจับสลากบอลโลก 2014 โซนเอเชีย ในรอบที่สาม ของทีมชาติไทย ซึ่งถูกจัดอยู่ร่วมสายเดียวกับ ออสเตรเลีย, ซาอูดิอาระเบีย และ โอมานว่า รู้สึกหนักใจไม่น้อย แต่กลุ่มอื่นก็ถือว่าไม่ใช่งานง่ายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ย้ำชัดว่า จะต้องผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ให้ได้เป็นอย่างน้อยตามเป้า โดยจะเตรียมชาติจากตะวันออกกลางมาอุ่นแข้ง รวมถึงในย่านอาเซียนด้วยกันเอง

สำหรับ ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ส.ค.นี้ เวลาบ่ายสองโมง จะมีประชุมที่สมาคมฟุตบอลฯ นำโดย นายวรวีร์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมไม่ว่าจะเป็น วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน, “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุภัทรพงศ์ ผู้ช่วย รวมถึงคณะกรรมการฝ่ายจัดการ เพื่อหารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดโปรแกรมไทยพรีเมียร์ลีกเพื่อให้นักเตะมีความพร้อมมากที่สุด.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

ผลไม่ทางการ’สมคิด บาลไธสง’นำ ลต.ซ่อมหนองคาย

Pic_190558

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 2 “สมคิด” เพื่อไทย คนเดิมนำลิ่วทิ้งห่างคู่แข่ง ขณะที่ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ไม่ถึง 50% เนื่องจากฝนตกหนัก ส่วนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่มีการร้องเรียน…

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 31 ก.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดหนองคาย ได้แจ้งผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง ส.ส. หนองคายเขต 2 ใหม่ เนื่องจากนายสมคิด บาลไธสง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 2 ถูกร้องเรียน ซึ่งจากผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นายสมคิด บาลไธสง หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 46,403 คะแนน นายพิทักษ์ ศรีตะบุตร หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ 10,726 คะแนน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 121,513 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 59,619 คน คิดเป็นร้อยละ 49.06 บัตรเสีย 1,457 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.44 ผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน 853 ใบ คิดเป็นร้อย 1.44

สำหรับการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งแต่อย่างใด ส่วนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงนั้นเนื่องมีฝนตกอย่างหนักและผู้ลงทะเบียน เลือกตั้งในเขตและนอกเขตครั้งที่ผ่านมาไม่มาลงคะแนนเนื่องจากต้องทำงานใน ต่างจังหวัด.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

7 แกนนำแดงรายงานตัว ส.ส.-กกต.ยังไม่รับรอง ‘ตู่’

Pic_190552

7 แกนนำแดงรายงานตัวส.ส.  “ณัฐวุฒิ” แจงรอ “จตุพร” จนวันสุดท้าย แต่ไม่สำเร็จ ยังหวัง กกต.ปล่อยผี โต้ “สดศรี” เสื้อแดงไม่เคยข่มขู่ ซัด ปชป.ตัวดี เชื่อมือที่ 3-4 สร้างสถานการณ์ปั่นป่วน จี้เจ้าหน้าที่จัดการ ปัดตอบยุติเคลื่อนไหวนอกสภา อ้างอุดมการณ์ ปชต.ยังเดินหน้าสู้ต่อ เล็งถกแกนนำ-ฝ่ายเกี่ยวข้องกำหนดยุทธศาสตร์ …

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากบรรดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.เขต พรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงจำนวน 7 คน คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง น.พ.เหวง โตจิราการ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ รอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองการเป็น ส.ส.ของนายจตุพร พรหมพันธ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงอีกคนนั้น ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ทำให้ทั้งหมดได้พากันเข้าแสดงตนเป็น ส.ส. ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ภายในบริเวณรัฐสภา

นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่มารายงานตัวในวันนี้เพราะพยายามรอคอยพี่น้องคือนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อจนนาทีสุดท้าย โดยตั้งใจว่าทันทีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรอง และได้รับการประกันตัว ก็จะชวนกันมารายงานตัวพร้อมกัน เนื่องจากวันที่ 1 ส.ค.จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา โดยวันที่ 31 ก.ค.นี้ ถือเป็นวันสุดท้ายก็ยังไม่ได้รับรองพวกตนจึงได้มารายงานตัว อย่างไรก็ตาม พวกเรายังหวังใจว่าการดำเนินการของ กกต.จะครบถ้วนทุกขั้นตอน ในกรอบระยะเวลาแล้วมีมติรับรองนายจตุพรในที่สุด

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึง กรณีที่มีข่าวว่านางสดศรี สัตยธรรม กกต. ระบุมีคนขู่ลอบทำร้ายและอาจบานปลายจนถึงการยึดอำนาจว่า ตนยืนยันมาโดยตลอดว่า ประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดงไม่มีความคิดหรือการเคลื่อนไหวข่มขู่คุกคามใดๆต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ก็เป็นรูปธรรมชัดแจ้งว่า ไม่มีการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น หากมีการข่มขู่คุมคามก็จะไม่ใช่ประชาชนแล้ว จะเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ถูกคุกคามน่าจะได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการปฏิวัติยึดอำนาจ ตนคิดว่าจนถึงวันนี้ ไม่มีใครในประเทศไทยอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก และเชื่อมั่นว่า สถานการณ์หลังการเลือกตั้งบ้านเมืองเดินไปตามกลไก ประชาธิปไตย รัฐบาลชุดใหม่กำลังขับเคลื่อนนโยบายไปถึงประชาชน ก็ไม่น่าจะมีเหตุปัจจัยใดๆ ที่จะทำให้เกิดเรื่องดังกล่าว

“ขอให้ทุกฝ่ายได้สบายใจว่า พวกผมเคารพกระบวนการทำงานของ กกต. เคารพในอำนาจหน้าที่ ระยะเวลาที่ท่านมีตามกฎหมายก็ดำเนินการไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆไม่มีมือที่สาม มือที่สี่ ถ้าจะมีการปั่นป่วนสถานการณ์ ข่มขู่ คุมคาม กกต. ก็ขอให้หยุดเสียไม่อยากได้ยิน เรื่องพวกนี้อีก และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ถ้าหากมี กกต.ไปแจ้งความก็ต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด รวดเร็ว เพื่อให้บรรยากาศดีๆเกิดขึ้น ก่อนที่รัฐบาลจะทำหน้าที่” นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อถามถึงว่าหาก กกต. มีการประชุมแล้ว มีมติไม่รับรองนายจตุพรในวันที่ 1 ส.ค.นี้ คนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราคงต้องรอให้ครบกระบวนการ ครบกรอบระยะเวลา เพราะถ้าครบกรอบแล้ว ฝ่ายกฎหมายของเราเคยปรึกษาหารือกันแล้วยืนยันว่า กกต.ไม่มีอำนาจที่จะแขวนค้างเอาไว้ ดังนั้น ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องของการกดดันหรือข่มขู่คุกคาม ตรงกันข้าม ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กลับข่มขู่คุกคาม กกต.ทุกวัน บอกว่าจะฟ้องไม่รับรอง แต่พวกตนไม่ทำอย่างนั้น เพียงแต่กระทำตามสิทธิของกฎหมายที่พึงจะกระทำได้ ทั้งนี้ จะไม่มีการเคลื่อนไหวไปกดดันต่อ กกต. ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งเรายืนยันว่าโดยตลอด ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงก็ไม่ได้ไปกดดันหรือเรียกร้องอะไร แต่ที่ไปคือการไปให้กำลังใจนายจตุพรที่เรือนจำเป็นปกติ

เมื่อถามว่า เมื่อมีสถานะเป็น ส.ส.แล้ว จะยุติการเคลื่อนไหวนอกสภาหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนยังคงอยู่และจะเดินหน้าต่อไป แต่รูปแบบเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่แกนนำและฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงได้หารือกัน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ยืนยันจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของการต่อสู้ยังอยู่คงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อถามย้ำว่าแกนนำคนเสื้อแดงที่มาเป็น ส.ส. จะไม่ไปร่วมเคลื่อนไหวด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเวทีเลย เพราะฉะนั้นจะบอกว่าไปร่วมเคลื่อนไหวหรือไม่ คงเร็วเกินไปที่จะพูดอย่างนั้น เอาเป็นว่าให้ทุกฝ่ายหารือร่วมกันกำหนดยุทธวิธี ยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว ต่อสู้เพื่อนำพาบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตย แต่ความจริง เรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วงหรือกังวลใจว่าการประกาศจะร่วมทำประเทศ ให้เป็นประชาธิปไตยถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ขณะนี้เวทีสภาก็ยังไม่เปิด เวทีนอกสภาก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ถ้ามีการถามแบบนี้ต้องอธิบายกันยืดยาว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าคนเสื้อแดง สนับสนุน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทุกตำแหน่งทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น จุดยืนของพวกเราคือ การเคารพดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย การจะแสดงออกเพื่อสนับสนุนบุคคลใด ก็สามารถทำได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่จะต้องไม่มีท่าทีไปกดดันคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดี เพราะสามารถสนับสนุนเอาใจช่วยกันได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สุดท้ายแล้วเมื่อกรรมการบริหารพรรคมีดุลยพินิจอย่างไร ทุกฝ่ายต้องเคารพตามนั้น แล้วเดินหน้าทำงานตามหน้าที่น่าจะเป็นภาพที่ประชาชนต้องการ.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

‘ฟลุ๊ค เดอะสตาร์’บวชแทนคุณพ่อแม่ ดาราร่วมงานคับคั่ง

Pic_190559

ฟลุ๊ค-พชร ธรรมมล หรือ ฟลุ๊ค เดอะสตาร์ บวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ที่วัดสุทัศน์ฯ ได้่รับฉายา ‘อธิภัทฺโท’ แปลว่า ผู้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง  คุณพ่อและพ่อบุญธรรม รวมถึงเพื่อนดาราเหล่าเดอะสตาร์ ร่วมงานคับคั่ง… 


เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (เสาชิงช้า) จ.กรุงเทพฯ ได้มีพิธีปลงผม นายพชร ธรรมมล อายุ 23 ปี หรือฟลุ๊ค เดอะสตาร์ ศิลปินนักร้อง-นักแสดงขวัญใจวัยรุ่น โดยมีนายปัญญา ธรรมมล (พ่อบุญธรรม) และนายทรงวุฒิ รมยะพันธุ์ (พ่อแท้ๆ) เป็นผู้เริ่มปลงผม ก่อนที่จะให้ญาติผู้ใหญ่และเพื่อนศิลปินมาร่วมกันปลงผม

ระหว่างการปลงผม ฟลุ๊ค ทามกลางสายฝนโปรย นักร้องหนุ่มมีสีหน้าอิ่มบุญซาบซึ้งที่พ่อแท้ๆ และพ่อบุญธรรม รวมทั้งญาติพี่น้อง บุคคลที่ตนนับถือมาร่วมกันอนุโมทนา  โดยมีเพื่อนศิลปินที่ร่วมแข่งขันร้องเพลงเวทีเดอะสตาร์มาร่วมงาน อาทิ อาร์-อาณัตพล ศิริชุมแสง, ดิว-พงศธร สุภิญโญ, โส-สรรัศมิ์ อัศวลาภสกุล, กวาว-กรวรรณ สุทธิวงษ์, เม-ปวีณ์สุดา จันทร์เกษ เป็นต้น รวมถึงบรรดาแฟนคลับเดินทางมาร่วมบุญกันอย่างคับคลั่ง  ซึ่งการอุปสมบทครั้งนี้นักน้องหนุ่มได้รับฉายาว่า อธิภัทฺโท แปลว่า ผู้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง โดยหลังจากพิธีเสร็จสิ้นแล้ว จะจำอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ เป็นเวลา 7 วัน แล้วจึงจะเดินทางไปจำที่วัดท่าจันทร์วิปัสสนา อ.ชุมแพ จ.นครสวรรค์ เพื่อศึกษาพระธรรมและการนั่งสมาธิ เป็นเวลา 1 เดือน หรืออาจจะเกินกว่านั้นแล้วแต่ความเหมาะสม ส่วนฤกษ์สึกนั้นต้องรอให้พระท่านดูให้อีกครั้งหนึ่ง โดยนักร้องหนุ่มก็เผยว่าหลังสึกแล้วจะกลับมาลุยงานและมุ่งเรื่องเรียนให้จบ

ทั้งนี้  ฟลุ๊ค เดอะสตาร์ เปิดเผยถึงความตั้งใจในการบวชทดแทนบุญคุณพ่อและแม่ครั้งนี้ว่า “จริงๆ สัญญากับคุณพ่อคุณแม่ไว้จะสองปีแล้วครับ แล้วก็ผลัดมาเรื่อย แล้วก็มีงานเข้ามาช่วงนั้น แล้วคิดว่าทำงานก่อนดีกว่า มาลงตัวที่ช่วงนี้ครับ”  เรื่องงานเรื่องเรียนใช่ไหม? “ใช่ครับ แต่ว่าเดี๋ยวสึกไปก็จะเรียนต่อ”  ตั้งใจบวชนานเท่าไหร่? “1 เดือนครับ แล้วก็รอดูพระท่านจะดูฤกษ์สึกให้วันไหน” บรรยากาศวันนี้เป็นยังไงบ้าง ทั้งคุณ่พ่อและพ่อบุญธรรมมาด้วยทั้งสองคนเลย? “ดีรับ นานๆ จะได้เห็นครอบครัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้ากัน แล้วก็มากันครบทุกคนเลยครับ แล้วบวชพระเราก็ไม่รู้ว่าจะได้มีอีกไหม ครั้งนี้ก็คือว่าทุกคนมาครบแล้วจะตั้งใจทำให้ดีครับ เราก็พอใจกับงานที่เกิดขึ้นในวันนี้ครับ”  ได้บอกคุณแม่ท่านว่ายังไงบ้าง? “จุดธูปบอกคุณแม่ครับ แล้วเราก็ไปลาคุณแม่ด้วยที่หลุมศพแล้วก็บอกว่าเดี๋ยวเราจะบวชแล้วนะ ถึงแม้ว่าคุณแม่ท่านจะเสียไปแล้วแต่ว่าเราก็จะตั้งใจเอาบุญส่่งไปให้คุณแม่ครับผม”  บอกคุณพ่อกับพ่อบุญธรรมว่ายังไงบ้าง มีน้ำตาไหลกันบ้างไหม? “จริงๆ ยังไม่ได้บอกคุณพ่อกับป๋าอย่างเป็นทางการเลยครับ ได้แต่ไปลาผู้ใหญ่คนอื่นๆก่อน แล้วคนที่ทำงานหรือคุณครูครับ”

ความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาพระธรรมนี้จะนานเท่าไหร่? “คิดว่า 1 เดือนครับ ก็คงเต็มที่แล้ว กะว่าจะอยู่วัดสุทัศน์ 7 วัน แล้วก็ไปศึกษานั่งสมาธิที่นครสวรรค์ให้ครบหนึ่งเดือน ก็อาจจะเกินกว่านั้นไปอีกก็ได้”  วัดอะไร? “วัดท่าจันทร์วิปัสสนาครับ อ.ชุมพร” ทำไมถึงเลือกวันนี้? “พอดีก่อนที่จะบวชก็ได้ศึกษา แล้วคุณพ่อก็เป็นลูกศิษย์วัดที่นั้นด้วยครับ” สเต็ปลูกผู้ชายบวชแล้วเบียดไหม? (หัวเราะ)”ก็ดีครับ บวชแล้วเบียดคงยังครบ แต่ว่าก็ดีบวชแล้วแต่ไปคุณพ่อจะได้สบายใจครับ ว่าเราบวชแล้ว” ไม่ได้มีในแผนใช่ไหม? “ไม่ได้มีครับ” แล้้วที่บอกว่าสึกแล้วจะออกมาเรียนนี้ยังไง?  “ตอนที่ตั้งแต่แข่งเอะสตาร์คือดร็อปเอาไว้ครับ ก็กะว่าจะกลับไปเรียนให้จบครับ” เรียนที่ไหน? “อัสสัมชัญครับ คณะนิเทศศาสตร์ ผมดร็อปไว้ตอนประมาณปี 2 เทอม 1 ครับ ทีนี้ก็กำลังคิดดูว่าจะกลับไปเรียนต่อหรือย้ายดีไหม ดูความเหมาะสมด้วยครับ” แล้วงานในวงการล่ะ? “จริงๆ ก็มีหนังอยู่ครับ แล้วก็มีทำงานอยู่และเลื่อนไป อย่างหนังของพี่พจน์ก็เลื่อนไปสิ้นปีนี้ครับ ก็ลงตัวและกะว่าบวชเสร็จจะได้ทำงานครับ”.

 

 

 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

ปลัดทส.ชนสส.ยันไม่จับชาวบ้าน ลุยแค่รีสอร์ตรุกวังน้ำเขียว

Pic_190554

ปลัด ทส. โต้ ส.ส.ภูมิใจไทย กล่าวหาทำชาวบ้านเดือดร้อนกรณีรื้อถอนรีสอร์ทรุกป่าวังน้ำเขียว ยันเรื่องนี้ชาวบ้านได้ประโยชน์ เพราะผู้ที่อยู่ในพื้นที่มาก่อนประกาศเขตอนุรักษ์สามารถอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ มั่นใจหากมีม็อบสามารถชี้แจงได้ …

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว ทำชาวบ้านเดือดร้อน เพราะชาวบ้านอยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ ของทั้งกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า เรื่องนี้ยืนยันว่ากระทรวงทรัพยากรฯ ไม่ได้เข้าไปจับกุมหรือทำอะไรกับชาวบ้าน เราดำเนินการเฉพาะรีสอร์ทและบ้านพัก ที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ในส่วนของชาวบ้านเอง ก็มีมติ ครม. 30  มิ.ย. 2541 ในเรื่องการให้คนที่อยู่ในพื้นที่มาก่อนประกาศเขตอนุรักษ์สามารถอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ เป็นแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ยิ่งจะทำให้ชาวบ้านแฮปปี้ เพราะความชัดเจนในการถือครองพื้นที่มากขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่อาจมีการระดมคนมาจัดม็อบต้านการดำเนินการของกระทรวงทรัพยากรฯ นายโชติ กล่าวว่า หากมีการจัดม็อบมา เราก็สามารถชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนได้ ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการทำเพื่อประชาชนและคนรากหญ้า ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดหากการดำเนินการเสร็จสิ้น.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

เลสเตอร์เอาจริง ทุ่ม10ล้านต่อวีก ดึง’เบคส์’ร่วมก๊วน

Pic_190560

เลสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าเต็มสูบ กระชากตัว เดวิด เบคแคม ร่วมทัพแบบยืมตัว ม.ค.ปีหน้า พร้อมตบเงินค่าเหนื่อยสูงถึง 10 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ ล่อใจสตาร์ลูกหนังชาวอังกฤษ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 31 ก.ค.ว่า กลุ่มคิงเพาเวอร์ เจ้าของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกแชมเปียนชิพ เตรียมสร้างความฮือฮา คว้าตัว เดวิด เบคแคม สตาร์นักเตะของลอสแองเจลิส กาแล็กซี กลับมาค้าแข้งในอังกฤษอีกครั้ง ช่วงเดือนม.ค.ปีหน้า

กลุ่มมหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวไทย เปิดไฟเขียวให้ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีมชาวสวีิเดน เดินหน้าแผนดึงตัว ยอดมิดฟิลด์วัย 36 ปี มาร่วมทัพแบบยืมตัว ระหว่างที่ ศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ปิดทำการพักยาวตั้งแต่ใกล้สิ้นปี จนถึงเดือนมี.ค.ปีหน้า

คาดว่า เลสเตอร์ พร้อมทุ่มเงินค่าเหนื่อยให้กับ เบคแคม ประมาณ 200,000 ปอนด์ หรือราว 10 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ ในช่วงระยะเวลา 6 สัปดาห์ ที่อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ปักหลักอยู่ช่วยทีมลุ้นเลื่อนชั้นไปเล่นพรีเมียร์ลีก

แหล่งข่าวใกล้ชิด ของ “คิงเพาเวอร์” กล่าวว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่ ตระกูล รักศรีอักษร เดินหน้าเต็มที่ที่จะให้สเวน นำตัวเบคแคม มาที่เลสเตอร์ สเวน ยังคงติดต่อกับ เบคแคม พวกเขาหวังว่า สัญญาจะเป็นที่พอใจกับทั้งสองฝ่าย และมันก็เยี่ยมมากสำหรับทุกคน”

ในอดีต เบคแคม เคยมาร่วมฝึกซ้อมกับ อาร์เซนอล และ สเปอร์ส และเล่นให้กับ เอซี มิลาน ในศึกกัลโช เซเรีย เอ อิตาลี ระหว่างที่เกมลูกหนังเมเจอร์ลีก สหรัฐฯ ปิดฤดูกาล เนื่องจาก ดาวเตะคุณพ่อลูกสี่ ต้องการรักษาสภาพความฟิตของตัวเอง

“เราต้องการไปสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้ เพราะผมอยากเห็นทีมเลื่อนชั้น เพราะเราเป็นทีมใหญ่ เรามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนที่เราจะพยายามพาสโมสรไปเล่นในระดับพรีเมียร์ลีก” เจ้าของสโมสร ชาวไทย กล่าวย้ำชัด.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

โจรใต้ปล้นรถ6ล้อ แต่งเลียนทหาร ถล่มจุดตรวจเจ็บ2

Pic_190562

โจรใต้สุดโหดแต่งกายเลียนแบบทหารควงอาวุธสงครามปล้นรถ6ล้อ ก่อนสาดอา.ก้า-เอ็ม60ยิงถล่มจุดตรวจตำรวจเปิดฉากปะทะนาน5นาที เป็นเหตุให้ จนท.เจ็บ2นาย จากนั้นขว้างระเบิดใส่ก่อนหนีโชคดีที่ไม่บึมที่ อ.เมืองนราฯ…

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 31 ก.ค. พ.ต.ต.สุชาติ หมีลำพอง สารวัตรเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้าย 8 คนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่จุดตรวจมะนังตายอ หมู่ 1 ต.มะนังตายอ อ.เมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ขวัญดี ฉิมพลี ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นดีแมกซ์ สีบรอนส์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่หน้าป้อมจุดตรวจถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุนทั้งคัน รวมทั้งมีกระสอบทรายซึ่งทำเป็นบังเกอร์ถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหาย จนแตกกระจาย โดยเฉพาะที่บริเวณประตูทางเข้าจุดจตรวจเจ้าหน้าที่พบสลักนิรภัยของระเบิดขว้างตกจำนวน 1 อัน และมีปลอกกระสุนปืนอาวุธปืนเอ็ม.60 , อา.ก้า.จำนวนกว่า 80 ปลอก ตกกระจาย พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนตำรวจได้นำตัวส่งรักษา รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ 1.ด.ต.จำลอง พุทธทอง อายุ 40 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมือง ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณขาขวา 1 นัด 2. ด.ต.สมจิตร หงส์พรหม อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมือง ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณขาขวาเช่นกัน 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนสงครามทำการปล้นรถบรรทุก 6 ล้อ บริษัทมานะวณิชย์ จำกัด ของนายรำรี มามะ ส.ส.นราธิวาส เขต 3 จากนั้นคนร้ายได้ใช้เป็นพาหนะขับผ่านจุดตรวจมะนังตายอ เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่อยู่กระบะหลังได้ใช้อาวุธปืนอา.ก้า.และเอ็ม.60 ยิงถล่มใส่ป้อมจุดตรวจ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันนานกว่า 5 นาที แต่ก่อนที่คนร้ายจะขับรถยนต์หลบหนีได้ใช้ระเบิดขว้างใส่จุดตรวจ จำนวน 1 ลูกแต่ไม่ระเบิด และเมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเคลียร์พื้นที่ และพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นายเพื่อนตำรวจจึงช่วยกันนำส่ง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share