‘นอยเออร์’แข้งยอดเยี่ยมเบียร์-โกล์คนแรกรอบ10ปี

Pic_190561

นักข่าวกีฬา เทคะแนนให้ มานูเอล นอยเออร์ นายทวารจอมหนึบ คว้ารางวัลนักบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมนี และเป็นผู้เล่นตำแหน่งโกล์คนแรกในรอบ 10 ปีอีกด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 31 ก.ค.ว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ในศึกลูกหนังบุนเดสลีกา ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมนี จากการคัดเลือกของ “คิกเกอร์” นิตยสารกีฬาชื่อดังเมืองเบียร์

นอยเออร์ ซึ่งย้ายจากชาลเก้ 04 ไปเฝ้าเสาให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก หลังจากปิดฉากฤดูกาลที่ผ่านมา ได้รับคะแนนโหวตไปทั้งสิ้น 210 คะแนน จากนักข่าวสายกีฬาของเยอรมนี เอาชนะ มาริโอ โกเมซ ดาวซัลโวสูงสุดของลีก และเพื่อนร่วมทีม “เสือใต้” ที่ได้ไป 190 คะแนน

ขณะที่ นูรี ซาฮิน มิดฟิลด์ทีมชาติตุรกี จากทีมแชมป์บุนเดสลีกาล่าสุด “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งตอนนี้ ย้ายไปร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในศึกลาลีกาสเปน แล้วนั้น คว้าอันดับ 3 ไปครอง หลังจากได้รับเสียงโหวต 142 คะแนน

ทั้งนี้ นอยเออร์​ โกล์ทีมชาติเยอรมนี วัย 26 ปี กลายเป็นผู้เล่นตำแหน่งนายทวารคนแรก ที่ชนะรางวัลนี้ นับตั้งแต่ที่ โอลิเวอร์ คาห์น อดีตผู้รักษาประตูของ บาเยิร์น มิวนิก ทำได้ ในปี 2000 และ 2001

“ผมเซอร์ไพรส์ มากเพราะปกติแล้ว ตำแหน่งโกล์ มักจะไม่ค่อยได้รับเลือกเท่าไร นี่เป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับผมเลย” นอยเออร์ ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ ชาลเก้ ซึ่งคว้าแชมป์เยอรมัน คัพ และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว กล่าว

ทางด้าน เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือทีม ดอร์ทมุนด์ คว้ารางวัล ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมไปครองตามคาด ขณะที่ ฟาตมิเร บาจ์รามาจ์ นักเตะสาวทีม “อินทรีเหล็ก” ซึ่งย้ายจาก ตูร์บีน พอตสดัม ไปอยู่กับ เอฟเอฟซี แฟรงค์เฟิร์ต ได้รับรางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

โหดยิงถล่มตลาดรถไฟรือเสาะ ชาวบ้านดับ 1 เจ็บ 1

Pic_190478

โจรใต้รัวยิงตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟรือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้พ่อค้าน้ำอ้อยตายคาที่ ซ้ำหนุ่มยืนรอรถเจ็บสาหัสอีก 1 คน นอกจากนั้น ยังวางบึมในสวนยางทำให้ชาวบ้านขาขาดอีก 1…

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 31 ก.ค. ร.ต.ต.ศรีธนนท์ สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้านที่ตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟรือเสาะ หมู่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.จรูญ เฆมเรือง รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุพบศพนอนจมกองเลือดอยู่หน้าแผงขายน้ำอ้อย ทราบชื่อ นายสะแปอิง ยะโก๊ะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/1 หมู่ 4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด 11 มม. บริเวณหน้าอกและลำตัว จำนวน 4 นัด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือ นายมะราดีอามาน เด่นอร่ามคาน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 6 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงแขนซ้าย 1 นัด ถูกส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากนั้น ยังพบปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 มม.ตกอยู่บนถนน 6 ปลอก

 

 

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะโตโยต้าวีโก้ ไม่ทราบสีและแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้าไปภายในตลาดนัด จากนั้น คนร้ายนั่งเบาะหน้าคู่คนขับได้ลดกระจกลง และใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ยิงใส่กลุ่มชาวบ้านที่กำลังขายและเดินซื้อสินค้าจำนวน 6 นัดซ้อน กระสุนถูกนายสะแปอิง ที่กำลังยืนขายน้ำอ้อยเสียชีวิตทันที ส่วนนายมะราดีอามานยืนรอรถโดยสารเพื่อจะเดินทางไปพื้นที่ จ.ยะลา ถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วคนร้ายจึงรีบหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างสถานการณ์ในช่วงเดือนถือศีลอด

 

เมื่อเวลา 10.50 น. วันเดียวกัน ร.ต.ต.ศรีธนนท์ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ รับแจ้งเหตุชาวบ้านซึ่งกำลังถางหญ้าภายในสวนยางพาราบ้านกูโบ หมู่ 5 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เหยียบกับระเบิดบริเวณร่องทางเดินกลางสวนยางพารา ได้รับบาดเจ็บสาหัสข้อเท้าซ้ายขาด จึงพร้อมด้วยผู้บังคับบัญชานำกำลังไปตรวจสอบ พบว่า คนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบไว้ตามถนนทำให้ต้องเสียเวลาเก็บกวาด ต่อมาทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายอาดือนัง ซาเมาะ อายุ 30 ปี เจ้าของสวนยางพารา อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 5 ต.สุวารี อ.รือเสาะจ.นราธิวาส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรือเสาะ ก่อนถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

สลด!เฒ่าอินเดียเล่นสไลเดอร์สูง6ม.ช็อกคาสระดับ

Pic_190563

สลด! เฒ่าอินเดียวัย 73 ปีเล่นสไลเดอร์สูง 6 เมตร เกิดช็อกคาสระน้ำในโรงแรมชื่อดังที่พัทยา จนท.เร่งหามตัวส่ง รพ. แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ญาติพี่น้องไม่ติดใจการตาย…

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ก.ค. พ.ต.ท.ทัยเลิศ ลือปือ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อนโค้งดงตาล จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก รพ.พัทยาเมโมเรียลว่ามีชาวอินเดียเล่นสไลเดอร์แล้วหัวใจวายเสียชีวิตระหว่างนำส่ง รพ.เหตุเกิดภายในสวนน้ำ โรงแรมชื่อดังย่านพัทยาใต้ ซอย 5 ถนนพระตำหนัก หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจไปตรวจสอบ

ภายในห้องฉุกเฉินพบศพมิสเตอร์กัน แวนเรวน์ กานาฮิ ( Mr.Gunvantlal Ganahi) อายุ 73 ปี สัญชาติอินเดีย สภาพศพเนื้อตัวขาวซีด ปากซีด สวมกางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีดำ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 1 ชั่วโมง จากการสอบปากคำพนักงานของโรงแรม ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมกับกรุ๊ปทัวร์ชาวอินเดียกว่า 10 คน ได้เดินทางมาเล่นน้ำที่สวนน้ำ ระหว่างนั้นผู้ตายได้ขึ้นไปเล่นสไลเดอร์ซึ่งมีความสูงระดับปานกลางประมาณ 6 เมตร แต่พอร่างลื่นไถลลงถึงสระน้ำที่มีความลึกแค่ 1 เมตร เจ้าตัวเกิดอาการช็อกกะทันหันและหมดสติไป เจ้าหน้าที่รักษาความปรอดภัยประจำสระที่อยู่ใกล้เคียงจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำขึ้นรถตู้ของโรงแรม นำส่ง รพ.พัทยาเมโมเรียล แต่เสียชีวิตระหว่างทาง

พ.ต.ท.ทัยเลิศ ลือปือ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ได้ขึ้นไปเล่นสไลเดอร์ของสวนน้ำ แต่ต่อมาเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันจนทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางญาติไม่ได้ติดใจในการเสียชีวิต จึงได้ประสานไปยังสถานทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย ให้ทราบเรื่อง เพื่อดำเนินการรับศพกลับไปบำเพ็ญพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

นร.ไทยสร้างชื่อแข่งคณิตฯโอลิมปิก คว้า8เหรียญเงิน-ทองแดง

Pic_190564

นักเรียนไทยสร้างชื่อไกลคว้า 3 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอเชีย ระดับมัธยมศึกษา…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือก และส่งผู้แทนนักเรียนไทยเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอเซีย ระดับมัธยมศึกษา Southeast  Mathematics Olympia 2011 (SMO) ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-1 ส.ค. 2554 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 12 คน  ผลปรากฏว่านักเรียน 8 คนสามารถคว้ารางวัลประเภทบุคคล เหรียญเงิน 3 เหรียญ ได้แก่ นายกฤตกร  กานติกูล โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฝ่ายมัธยม กรุงเทพมหานคร, นายปวีณ  ปิติมานะอารี โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และนายธนัท  โกมลสิริภักดี โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ยังคว้าเหรียญทองแดง 5 เหรียญ ได้แก่  ด.ช.กรวัตน์  พฤกษานุศักดิ์ โรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา, นายพีระสิทธิ์ แซ่ลิ้ม โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา, นายณัฐนันท์ วัชรเกษมสินธุ์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร, นายธีรวัฒน์ ลิ่มลังการณ์ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ และนายวรมนต ยมจินดา โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จากประเทศที่เข้าแข่งขัน 9 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง มาเก๊า มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และไทย.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

กู้ระทึก! บึมถังแก๊ส 15 กก. โจรใต้ล่อถล่มจนท.ยะลา

Pic_190472

เจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 15 กก.ประกอบใส่ถังแก๊ส ซุกไว้ริมถนนเขตอ.เมือง จ.ยะลา กะใช้สังหารเจ้าหน้าที่ โชคดีทหาร ฉก.ยะลา 11 ตรวจพบก่อน…

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ขณะพ.ต.ท.โฆษิต เบญจกุล สวป.สภ.เมืองยะลา นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ รับแจ้งจากทหาร ฉก.ยะลา 11 ว่า พบวัตถุต้องสงสัยเป็นถังแก๊สปิกนิกบริเวณริมถนนใกล้ริมบึงบ้านบาโด หมู่ 3 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา ร.ต.ท.เชิด ประกอบพุ่ม ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และทหารไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม บรรจุถังแก๊สปิกนิกต่อสายเชื่อมการจุดชนวนกับวิทยุสื่อสาร จึงเก็บกู้ได้สำเร็จ

เบื้องต้นตำรวจคาดว่าระเบิดดังกล่าว เป็นของแนวร่วมอาร์เคเค ซึ่งประกอบเสร็จแล้วนำมาซุกไว้ในพงหญ้าริมถนนช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หวังจุดชนวนทำร้ายเจ้าหน้าที่ผ่านเส้นทาง แต่ทหาร ฉก.ยะลา 11 เดินเท้าลาดตระเวนมาพบก่อน

 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

พายุฝนซัดชุมพรอ่วม พื้นที่เกษตรพังกว่า50ไร่

Pic_190567

พายุฝนกระหน่ำแค่ 5 นาทีซัด 3 หมู่บ้านชุมพรเสียหายยับ พื้นที่เกษตรกว่า 50 ไร่หักโค่นพังราบ ประชากรเดือนร้อนนับ 100 ครัวเรือน มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างประเมินค่า…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายสมชาย เคี่ยนบุ้น อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร ว่าเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำเพียง 5 นาที ทำให้พืชผลทางการเกษตร อาทิ สวนยางพารา สวนทุเรียน สวนหมาก หักโค่น รวมทั้งบ้านเรือนของราษฎรถูกต้นยางพาราโค่นทับ และบางหลังถูกกระแสลมพัดทำให้กระเบื้องหลังคาปลิวว่อน ราษฎรซึ่งส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกร ได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กัน

นายสมชาย กล่าวว่า หลังจากเกิดฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงคล้ายกับลมพายุพัดหมุนมาประมาณ 5 นาที กระแสแรงลมทำให้ ต้นยางพารา ของเกษตรกร หักโค่น โดยเฉพาะในหมู่ที่ 4 ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่จำนวน 185 ครัวเรือน จำนวน 595 คน เท่าที่ตนได้ออกสำรวจในเบื้องต้นพบว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 100 ครัวเรือน มีบ้านเรือน 4 หลัง ที่ถูกต้นไม้และต้นยางพาราโค่นทับเสียหาย สวนยางพาราถูกกระแรงลมหักโค่นไปรวมแล้วกว่า 50 ไร่ ส่วนสวนทุเรียน ที่กำลังติดดอกออกผล ซึ่งบางสวน ทุเรียนที่ติดผลกำลังแก่ใกล้จะตัดผลขายได้แล้วก็ถูกกระแสลมพัดจนผลทุเรียนร่วง ทำให้ได้รับความเสียหายสวนละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

ด้านนายชาติชาย บุญมี นายก อบต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร กล่าวว่า หลังจากที่เกิดฝนตกหนักและเกิดลมพายุหมุนพัดประมาณ 4-5 นาที ทำให้ใน 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ของ ต.ทุ่งระยะ อ.สวี มีสวนยางพาราถูกลมพัดหักโค่น สวนทุเรียนหักโค่น ได้รับความเสียหายจำนวนมากโดยเฉพาะในหมู่ที่ 3 มีต้นไม้หักโค่นทับสายไฟฟ้าขาดไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทราบแล้วว่าในวันที่ 1 ส.ค. ขอให้เกษตรกรและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนไปแจ้งความเสียหายได้ที่ ที่ทำการ อบต.ทุ่งระยะ เพื่อตนจะได้แจ้งให้นายอำเภอสวี รับทราบ และจะได้รายงานความเสียหายให้นายพินิจ เจริญพานิจ ผวจ.ชุมพรทราบ เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

นายชาติชาย บุญมี กล่าวด้วยว่า เท่าที่ออกสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า ที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 สวนยางพารา และสวนทุเรียน ได้รับความเสียหายมากที่สุด คาดว่า 3 หมู่บ้าน รวมแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท.

 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

โลมาเริงร่างับสิงห์เจ้าท่า2-0,เดอะทีเร็กซ์ดุไล่ต้อนฮัลโหลสนุก

Pic_190565

พัทยา ยูไนเต็ด ฟอร์มยังแจ่มอาศัยจังหวะสวนกลับใส่การท่าเรือไทย เอฟซี 2-0 ด้าน “เดอะทีเร็กซ์” ขอนแก่น เอฟซี ยิงกันสนุก หลังเปิดบ้านทุบ “ฮัลโหล”  ทีโอที เอสซี 4-2 ขณะที่คู่ระหว่างเชียงราย ยูไนเต็ด พบ ราชนาวีสโมสร เจอฝนกระหน่ำหนักต้องเลื่อนเตะ…

 

ศึกลูกหนังสปอร์นเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 เลกสอง นัดที่ 2 ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. มีการฟาดแข้งกันทั้งหมด 3 คู่ ที่สนามแพท สเตเดี้ยม “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ “โลมา มหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด 0-2  เกมนี้ผู้มาเยือนอาศัยจังหวะสวนกลับและเป็น กาเบรียล โอบาโตล่า ตั้งป้อมยิงในนาทีที่ 42 จากระยะ 20 หลาบอลพุ่งเสียบเสาแรกขึ้นนำ 1-0 และ กฤษณะ ต่ายวัลย์ มายิงตอกฝาโลงให้พัทยานำเป็น 2-0 ทำให้จบเกม 90 นาที การท่าเรือไทย เอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด 0-2

ส่วนที่สนามอบจ.ขอนแก่น “เดอะทีเร็กซ์” ขอนแก่น เอฟซี ฟอร์มดุไล่ต้อน “ฮัลโหล”  ทีโอที เอสซี 4-2 โดยเจ้าถิ่นมาได้ประตูสองลูกคนเดียวจาก ศักดิ์สิทธิ์ ยืนชีวิต ในนาทีที่ 13,32 ,สกลวัชร สกลหล้า ในนาทีที่ 82 และ ศราวุทธ วิเชียร มายิงจุดโทษปิดท้ายใน นาทีที่ 92 ด้านผู้มาเยือนได้ประตูจาก ยูเนส ชาอิบ ในนาทีที่ 21,ดิเอโก้ คอสตร้า ในนาทีที่ 58 จบเกมทำให้ ขอนแก่น เอฟซี เอาชนะ ทีโอที เอสซี 4-2

ขณะที่ผลการแข่งขันอีกคู่ระหว่าง “กวางโซ่งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด พบกัน “ตะหานน้ำ” ราชนาวีสโมสร ลงแข่งขันไปแล้วประมาณ 10 นาทีของการแข่งขัน แต่ต้องยกเลิกกันทันหัน เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทั้งสองทีมต้องเลื่อนไปเล่นกันใหม่ในวันวันจันทร์ที่ 1 ส.ค. เวลา 16.00 น.

ส่วงผลการแข่งขันฟุตบอล ดิวิชั่น 1 ผลปรากฏว่า ราชประชา ไทยแลนด์ เอฟซี เสมอ เอฟซี ภูเก็ต 0-0,แคชทูเดย์ จันทบุรี เอฟซี เสมอ สงขลา เอฟซี 2-2, สมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด ชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 2-1,บางกอก เอฟซี แพ้ ไทยฮอนด้า 1-2

ส่วนผลการแข่งขันฟุตบอล เอไอเอสลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ ตาก เอฟซี     แพ้ เพชรบูรณ์ เอฟซี 2-3,ลำปาง เอฟซี ชนะ น่าน เอฟซี 1-0,อุตรดิตถ์ หมอเส็ง เสมอ สิงห์บุรี เอฟซี 4-4,นครสวรรค์ เอฟซี เสมอ แพร่ ยูไนเต็ด 1-1   

โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร ยูไนเต็ด แพ้ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด 0-1,มหาสารคาม ยูไนเต็ด ชนะ กาฬสินธุ์ เอฟซี 2-1,สกลนคร เอฟซี เสมอ หนองคาย เอฟที 2-2,สุรินทร์ เอฟซี แพ้ เลย ซิตี้ 0-2

โซนภาคกลางและตะวันออก ประจวบ เอฟซี แพ้ อยุธยา เอฟซี 0-3,ปทุมธานี เอฟซี แพ้ สมุทรสาคร เอฟซี 1-3,ฉะเชิงเทรา เอฟซี ชนะ สระแก้ว ซิตี้ 4-1

โซนภาคกรุงเทพปริมณฑล กองเรือยุทธการ ชนะ ราชวิถี 2-1,ลูกอีสาน การบินไทย ชนะ โกลเบล็ก เอฟซี 2-1,ปราจีนบุรี เอฟซี เสมอ อัสสัมชัญ ธนบุรี 0-0   

และที่โซนภาคใต้ นครศรีธรรมราช เอฟซี แพ้ ปัตตานี เอฟซี 0-3,สตูล ยูไนเต็ด ชนะ พังงา เอฟซี 5-1,ชุมพร เอฟซี แพ้ ระนอง เอฟซี 0-2

 

ประมวลภาพคู่ การท่่าเรือไทย เอฟซี พบ พัทยา ยูไนเต็ด…

 

 

 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

ตม.สุวรรณภูมิรวบหนุ่มแซมเบียกลืนยาไอซ์1กก.ค่า2ล.

Pic_190568

ตม.สุวรรณภูมิรวบหนุ่มแซมเบียกลืนยาไอซ์ลงท้อง 1 กก.มูลค่ากว่า 2 ล้าน หลังพบพิรุธเดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองช้า และมีเหงื่อไหล จึงเข้าทำการตรวจสอบและจับกุม…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ตม.2 พล.ต.ต.วิสนุ ประสาททองโอสถ รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.ฑิฆัมพร แก้วขาว รอง ผบก.ตม.2 พ.ต.อ.วิบูลย์ กิตติแสงสุวรรณ ผกก.ฝ่าย ตม.ขาออก พ.ต.อ.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้า พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 /รองโฆษก สตม. พ.ต.ท.อภิมุข กานตยากร รอง ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้า ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติแซมเบียกลืนยาเสพติด (ยาไอซ์) ลงท้อง และพยายามลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย ณ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (บก.ตม.2)

พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. กล่าวว่า นายฟิริ จิมมี (Phiri Jimmy) สัญชาติแซมเบีย ได้เดินทางจากเมืองแอดดิสอาบาบา (Addisababa) ประเทศเอธิโอเปีย มายังประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน ET 608 เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ขณะได้เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นได้เดินทางเข้าช่องตรวจ ตม. ขณะเดียวกัน ด.ต.หญิง จุฑามาศ สุขรุ่งเรือง ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.เห็นว่ามีพิรุธหลายอย่าง เช่น เดินเข้าช่องตรวจช้า เนื่องจากมาถึงประเทศไทยตั้งแต่เวลา 13.30 น. แต่เดินเข้าช่องตรวจ เวลา 17.45 น. อีกทั้งมีอาการเหงื่อไหล จึงได้ประสานผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ช่วยตรวจสอบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่ามียาไอซ์อยู่ในร่างกายด้วยการกลืนลงท้อง จากการตรวจสอบพบมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้า ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่การตรวจหนังสือเดินทางและตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าประเทศ กล่าวว่า ถือว่าเป็นการเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่จะต้องใช้วิจารณญาณ และความละเอียดรอบคอบในการตรวจเอกสาร และตรวจคนโดยการสังเกตว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับคนที่ถือเอกสารนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องใช้การสังเกตกิริยาท่าทางของบุคคลผู้นั้นด้วย ในกรณีนี้ถือว่าเป็นความเอาใจใส่และความละเอียดรอบคอบของ ด.ต.หญิง จุฑามาศ สุขรุ่งเรือง จนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้

พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 /รองโฆษก สตม. กล่าวว่า ทางกองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ยังได้ทำการจับกุมคดีสำคัญตามหมายจับศาล เพิ่มเติมอีก 3 คดี เป็นคดียาเสพติด 1 คดี คดีอนาจารและพรากผู้เยาว์ 1 คดี และคดีชาวต่างชาติร่วมกันฆ่าผู้อื่น (คนไทย) 1 คดี ตามหมายจับ

ด้านพ.ต.อ.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้า และ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2/รองโฆษก สตม. ร่วมกันกล่าวว่า จากการจับกุมยาเสพติดดังกล่าวนั้น ถือได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีการสังเกต และมีไหวพริบปฏิภาณดีในการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทยจึงขอความร่วมมือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการเดินทางเข้า-ออก ประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งคนไทยและต่างด้าวที่พยายามจะหลบหนีออกนอก ประเทศและเข้าประเทศไทยได้เป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากระบบบัญชีดำหมายจับทั่วประเทศในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถถ่าย รูปผู้เดินทางเข้าออกประเทศและทำให้สามารถทราบว่าเป็นบุคคลตามเป้าหมายดังกล่าวหรือไม่.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

‘อภิสิทธิ์’ข้องใจแดง ไม่ยอมรับผลสอบกสม.

Pic_190573

“อภิสิทธิ์” ข้องใจเสื้อแดงไม่ยอมรับผลสอบ กสม. ลั่นหากอยากได้แบบที่คิด ผลสอบก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ เตือนการเมืองอย่าแทรกแซงกองทัพ เพราะทหารอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่สมาคมส่งเสริมชาวคลองเตย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสานต่อการทำงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่รัฐบาลเดิมตั้งไว้ ภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยว่า ตนเห็นว่า รัฐบาลใหม่ยอมรับการทำงานของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร แต่ยังไม่แน่ใจว่า จะมีการตั้งกลไกใหม่ขึ้นมาซ้อนหรือไม่ ทั้งนี้ตนรู้สึกแปลกใจต่อปฏิกิริยาของคนเสื้อแดงและสื่อบางส่วน ที่มีต่อผลสอบเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในปี 2553 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพราะหากไปตั้งธงว่า ต้องออกมาอย่างที่ตัวเองคิด ผลสอบดังกล่าว ก็จะไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ เวลาตนตั้งคณะกรรมการใดขึ้นมา ก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซง จึงอยากเห็นสังคมและรัฐบาลชุดใหม่ ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ต้องเอาความจริง ไม่ใช่เอาความเชื่อที่ปลุกระดม ไปบอกว่าผลสอบจะต้องเป็นอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นผลสอบจะไม่ได้รับความเชื่อถือ ไม่ได้รับความจริง และไม่ได้รับความยุติธรรมในที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า บทบาทกองทัพในรัฐบาลใหม่ ควรจะเป็นอย่างไร เป็นหน่วยงานอิสระเหมือนในช่วงเวลาที่ผ่านมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากองทัพไม่ใช่หน่วยงานอิสระ ตนทำงานร่วมกับกองทัพมา 2 ปีกว่า หลายเรื่องตนเข้าไปเปลี่ยนแปลงแนววิธีการทำงาน เช่นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาเรื่องผู้อพยพชาวโรฮิงญา รวมถึงเรื่องอื่นๆ กองทัพก็ทำหน้าที่สนองนโยบายของรัฐบาลมาตลอด เพราะบทบาทหน้าที่ของกองทัพ ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนคิดว่า เขาก็อยากทำบทบาทหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด การเมืองต่างหาก ที่ไม่ควรเข้าไปแทรกแซง

เมื่อถามว่า สมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เคยปฏิเสธไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาลมาแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ เพราะตนเคยสอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ ท่านก็ชี้แจงว่าคำสั่งต่างๆตามกฎหมาย ท่านทำตามทุกอย่าง แต่อะไรที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ท่านจะไม่ทำส่วนปํญหาเรื่องการนำมวลชนมาเผชิญหน้ากัน คิดว่าในรัฐบาลชุดหน้า ไม่ควรจะมีอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นก็จะมีปํญหาใหม่ๆ ตามมาอีก พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนส่วนใหญ่ ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ เมื่อเข้ามาแล้วจึงควรไปทำหน้าที่ตรงนั้น ความพยายามเอาเปรียบทางการเมือง ด้วยการใช้มวลชนกดดันควรจะหยุดได้แล้ว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share

สั่งเฝ้าระวังพิเศษคืนนี้ 3อำเภอน่านใกล้รัศมีพายุ

Pic_190572

ฝนตกหนักทั่วจังหวัด ผวจ.น่าน สั่งเฝ้าระวังพิเศษคืนนี้ 3 อำเภอ ใกล้รัศมีพายุ ขณะที่น้ำล้นปริงเวย์อ่างเก็บน้ำห้วยแฮดเข้าท่วมไร่นา และบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว…

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 31 ก.ค. 54 จากการที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอแม่จริม ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 110 มิลลิเมตร อำเภอภูเพียงวัดได้ 50.7 มิลลิเมตร และอำเภอเมืองน่านวัดได้ 62.8 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำตามลำห้วยต่างๆ เริ่มมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางจังหวัด โดยนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งเตรียมระดมกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคืนนี้ที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงสา, นาน้อย และนาหมื่น เนื่องจากใกล้รัศมีพายุนกเตนมากที่สุด ซึ่งหากเกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันก็สามารถออกช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

ขณะที่เทศบาลเมืองน่าน โดยนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณจุดต่างๆ จำนวน 4 เครื่อง และตรวจเช็คความพร้อมของเครื่องยนต์ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมจากการพายุนกเตนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง หรือระดับใกล้ถึงจุดวิกฤติ ก็จะใช้วิทยุกระจายเสียงในพื้นที่ เสียงตามสาย และรถตระเวนประกาศเตือนเพื่อให้สามารถขนของมีค่าขึ้นยังที่สูงทันที

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศโดยรวมจังหวัดน่าน ยังปกคลุมด้วยเมฆฝน และมีฝนตกหนักลงมาตลอดทั้งวัน ซึ่งก็ส่งผลให้น้ำที่อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำห้วยแฮด ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้ไหลเข้ายังอ่างเก็บน้ำห้วยแฮดดังกล่าว เป็นเหตุให้น้ำไหลล้นสปริงเวย์ เข้าท่วมไร่นา และกำลังเข้าท่วมบ้านชาวบ้าน ที่บ้านหนองบัว บ้านทุ่งน้อย บ้านท่าล้อ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ชาวบ้านต่างตื่นตระหนกไปเฝ้าดูระดับน้ำ โดยเฉพาะสะพานเข้าหมู่บ้านกระแสน้ำเชี่ยวแรงเริ่มกัดเซาะคอสะพานที่จะขาดแล้ว

ส่วนลำห้วยน้ำเกี๋ยน น้ำจากลำห้วยได้เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ที่บ้านน้ำเกี๋ยน หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง กว่า 10 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องเร่งขนของหนีน้ำไปไว้ยังที่ปลอดภัย นอกจากนั้นน้ำยังเอ่อเข้าท่วมถนนสายระหว่างบ้านหัวนา ตำบลท่าน้าว กับบ้านนาปัง ตำบลนาปัง สูงกว่า 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ขับเคลื่อนโดย www.educationboard.in.th

Share